LINE : @dbet1 LINE : @dbet2

เจอแล้วฟันเฟืองตัวสำคัญของเครื่องจักรสีแดง!

สองวันหลังเกมนัดชิงชนะเลิศ ที่เคียฟ ลิเวอร์พูล ประกาศคว้า ฟาบินโญ่ จากโมนาโก ตอนนั้น เขาเป็นใคร หลายคนพอรู้จัก ชื่อเสียงมีระดับหนึ่ง แต่จะคุ้มกับเงิน 43.7 ล้านปอนด์ไหม นั่นคือคำถาม

นับตั้งแต่ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ย้ายออกไปเมื่อปี 2010 ลิเวอร์พูล เจอปัญหาตรงตำแหน่งกองกลางตัวรับมาตลอด

แทงบอล แทงบอลออนไลน์
แทงบอล แทงบอลออนไลน์
ช้าๆได้พร้าเล่มงาม

  ลูคัส เลว่า ผู้ถูกราฟา โมดิฟายด์ จากเพลย์เมคเกอร์ หมายเลข 10 สู่กลางรับ ถามว่าเล่นได้ไหม เล่นได้ แต่ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกเกม

  คริสเตียน โพลเซ่น ไม่ขอพูดถึง ข้ามไปเจย์ สเปียริ่ง ก็ขึ้นไม่สุด เช่นเดียวกับ คอเนอร์ โคดี้ ที่พยายามจะดันแต่มันก็ไม่ปังจนไปแจ้งเกิดกับวูล์ฟแฮมป์ตัน

  โจ อัลเลน ถูกคาดหมายจะเป็นปีร์โล่ แห่งแอนฟิลด์ แต่ไม่สัมฤทธิ์ผล สุดท้าย แบรนเดน ร็อดเจอร์ส ต้องจับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาเล่นตำแหน่งนี้ แต่หน้าที่หลักก็ไม่ใช่ตัวตัดเกมเน้นไปทางตัวโฮลบอลเสียมากกว่า

ช้าๆได้พร้าเล่มงาม

  เอ็มเร่ ชาน หนุ่มมาดเข้มเมด อิน เยอรมัน ตามตำราเขาคือความหวังตำแหน่งนี้ แต่ทำหน้าที่ไม่เข้าสเปค มีวันที่ดี แล้วก็มีวันที่แย่

  ช่วงปี 2016 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รับหน้าเสื่อตรงนี้และทำได้ดี พีคสุดตอนปี 2018 แต่ต้องยอมรับว่า การให้เขายืนสูงกว่านี้ คือคำตอบที่ดีกว่า

  ความจริงจังที่ ลิเวอร์พูล ต้องหาผู้เล่นตำแหน่งกองกลางตัวรับ ก็ตอนที่ อ.ชาน ไม่ต่อสัญญากับทีม

ช้าๆได้พร้าเล่มงาม

  ไม่มีข่าว ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ว่า ลิเวอร์พูล หมายปอง ฟาบินโญ่

  ความเศร้าจากนัดชิงฯ ถูกซับด้วยข่าวดีว่า เราได้ผู้เล่นที่เป็นกลางรับขนานแท้ ที่จะเข้ามาเติมเต็มในสิ่งที่เราขาด(นอกเหนือจากตำแหน่งผู้รักษาประตู)

  ฟาบินโญ่ มาพร้อมดีกรีตัวหลักของโมนาโก พ่วงเหรียญแชมป์ ลีกเอิง ฝรั่งเศส ประดับด้วยรอบรองฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก

  ดังนั้น วันเปิดตัว ฟาบินโญ่ เป็นเหมือนสิ่งเยียวยาแผลใจที่แฟนบอล ลิเวอร์พูล ซึ่งกำลังอยู่ในสภาพบอบช้ำให้กลับมาดีขึ้น แถมยังเป็นการส่งสัญญาณว่า นี่คือ จุดเริ่มต้นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยม แทนที่จะยืดเยื้อกลับจบลงอย่างรวดเร็ว

ช้าๆได้พร้าเล่มงาม

  ช่วงปรี ซีซั่น 2018 เจอร์เก้น คล็อปป์ ให้โอกาส ฟาบินโญ่ เป็นตัวจริง 7 จาก 9 นัด ส่วนอีก 2 เกม ลงเป็นตัวสำรอง

  ดูจากการใช้งานแล้ว คล็อปป์ หมายมั่นแน่ว่า เขาจะให้ ฟาบินโญ่ เป็นตัวผึ้งงานคนใหม่บนแผงกลางลิเวอร์พูล นักเตะคนนี้มีลูกเล่นบอลบนพื้นดี ตัดเกมได้ พาบอลขึ้นหน้าเองก็ได้ เหมาะสมสุดที่จะเป็นนักเตะในรูปแบบ Anchor Man

  อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดซีซั่น คล็อปป์ ไม่เร่งรีบให้เป็นตัวจริง

  ฟาบินโญ่ มีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมเปิดสนามกับเวสต์แฮม แล้วหลังจากนั้น 3 เกม เราไม่ได้เห็นเขาเลยแม้กระทั่งชื่อบนม้านั่งข้างสนาม

  4 เกมแรกในลีก ลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะได้ทุกนัด คว้าสามแต้มได้โดยไม่มีฟาบินโญ่

เริ่มมีคำถามปากต่อปากว่า “อ่าวไหนล่ะ ฟาบินโญ่” , “ทำไมถึงไม่ได้ลง ปรับตัวไม่ได้เหรอ?”, “40 ล้านปอนด์มันเสียเปล่ารึเปล่า”

  มันเร็วไปที่จะคิดแบบนี้ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงไม่มีส่วนร่วมเลย

ช้าๆได้พร้าเล่มงาม

  คล็อปป์ เคลียร์คำถามเหล่านี้หลังจบเกมกับเลสเตอร์ ซิตี้ เขายืนยันว่า ฟาบินโญ่ ยังดีพอที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทีม แต่ตอนนั้นลิเวอร์พูล กำลังลงตัว และเน้นว่า ฟาบินโญ่ ต้องการเวลาปรับตัวเพื่อให้เข้ากับทีมได้มากกว่านี้

  “แน่นอนว่าเขามีดีพอที่จะติดทีมได้ แต่ตอนนี้การจัดขุมกำลังถือว่าทำได้ยากพอตัว เพราะนักเตะทุกคนต่างก็ฟิตกันทั้งนั้น มันเป็นเรื่องดีที่เราเจอกับสถานการณ์แบบนี้ เพราะบางคนอาจจะต้องการเวลาปรับตัวสักหน่อย หรือคนอื่นๆ อาจจะเข้ากับทีมได้มากกว่าในตอนนี้ นั่นคือสาเหตุเดียว”

  หลังจากนั้นคือช่วงพักเบรคทีมชาติช่วงเดือนกันยายน 2018 …

  กลับจากเกมทีมชาติ ฟาบินโญ่ มีชื่อในเกมบุกชนะท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่เวมบลี่ย์ และเกมถัดมาเขาก็ได้โอกาสลงสนามเสียทีในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เฉือน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แบบสุดมัน 3-2

  แต่… มันคือการลงสนามแทนซาดิโอ มาเน่ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

  เกมต่อมากับเซาธ์แฮมป์ตัน เขาก็เป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ถูกใช้อีกครั้ง ก่อนที่จะลงเป็นตัวจริงเกมแรกในศึกคาราบาว คัพ และเกือบได้จะลงเล่นครบทั้งเกม หลังจากโดนเปลี่ยนตัวกับ โม ซาลาห์ ในนาทีที่ 87 และเกมนั้นลิเวอร์พูล ตกรอบ..

  เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนหลังตกรอบคาราบาวคัพ ฟาบินโญ่ ได้เป็นตัวจริงในบอลยุโรปกับเซอร์เวน่า ซเวซด้า แถมได้ลงต่อเนื่องในสองเกมถัดไปกับคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และ บุกเยือนอาร์เซน่อล

ช้าๆได้พร้าเล่มงาม

  ทว่า ผลเสมอ 1-1 กับเดอะ กันเนอร์ส ในวันนั้น ชี้ว่า ฟาบินโญ่ ช้าเกินไป รวมถึงยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ที่เน้นความเร็วกับความแข็งแกร่งทางร่างกาย ได้อย่างเต็มที่

  และตลอดเดือนพฤศจิกายน 2018 เราก็เห็นฟาบินโญ่ ลงตัวจริงบ้าง สำรองบ้าง สลับกันไป

  เข้าสู่เดือนธันวาคม มีสองเกมใหญ่ที่ลิเวอร์พูล ต้องรับมือคือ ศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ กับเอฟเวอร์ตัน ช่วงต้นเดือน และแมนฯยูไนเต็ด ช่วงกลางเดือน

  ฟาบินโญ่ ได้รับโอกาสลงเล่นสองเกมสำคัญนั้น และเล่นได้ประทับใจสุดๆในเกมดาร์บี้ นัด 232 ที่ ดิว็อค โอริกี้ โขกประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 90+6 รวมถึงเกมแดงเดือด เขาจัดแอสซิสต์ที่มาจากมันสมองเฉลียวฉลาดเปิดบอลให้ซาดิโอ มาเน่ ยิงประตูขึ้นนำในเกมฟางเส้นสุดท้ายระหว่าง โชเซ่ มูรินโญ่ กับ แมนฯยูไนเต็ด

  สองแมตช์นี้คือ เกมที่เราเริ่มประจักษ์ในความสามารถของฟาบินโญ่ ว่าเขามีดีอย่างไร และจะพูดได้เต็มปากหรือยังว่าเขาปรับตัวเข้ากับทีมได้แล้ว?

  ช่วงบ็อกซิ่ง เดย์ ฟาบินโญ่ ดีต่อเนื่อง เขาบวกแอสซิสต์ให้กับตัวเองอีกครั้ง ในเกมกับวูล์ฟส์ จากนั้นก็ยิงประตูแรกในนามเดอะ เร้ดส์ ที่เขาลงมาเป็นตัวสำรองนัดถล่มนิวคาสเซิ่ล 4-0

ช้าๆได้พร้าเล่มงาม

  แถมในเกมเจอแมนฯซิตี้ ที่เรียกได้ว่าเป็นแมตช์ตัดสินแชมป์กลายๆ ฟาบินโญ่ ลงแทนเจมส์ มิลเนอร์ ในช่วงครึ่งหลัง และเป็นหนึ่งในตัวเชื่อมบอลให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ทำประตูตีเสมอ จากการต่อบอล 14 ครั้ง ทว่าเกมนี้ ลิเวอร์พูล แพ้ไป 1-2

  ความสำคัญของฟาบินโญ่ มีมากขึ้นเรื่อยๆ หลักฐานที่ยืนยันได้ชัดๆคือ 10 เกมต่อจากนั้น เขายึดตัวจริงได้ถึง 9 เกม ซึ่งหนึ่งนัดที่เขาถูกดรอปคือเกมในบ้านที่พลาดเสียสองแต้มสำคัญให้กับเลสเตอร์

  ถึงกระนั้น ฟาบินโญ่ กลับไปเป็นสำรองในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดสองกับบาเยิร์น มิวนิค ที่อัลลิอันซ์ ซึ่งมันดูเป็นการตัดสินใจของคล็อปป์ ที่แปลกไปหน่อย เมื่อมองจากผลงานเลกแรก ที่เขาแสดงให้เห็นถึงความสารพัดประโยชน์ ที่ถอยไปเล่นเซ็นเตอร์แบ็กในช่วงที่ทีมมีตัวเลือกตำแหน่งนี้ไม่กี่คน

  เกมที่มิวนิค จอร์แดน เฮนเดอร์สัน บาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่นาทีที่ 13 ฟาบินโญ่ เปลี่ยนตัวลงมาเล่นแทนกัปตัน ซึ่งเกมนี้มันเป็นหนึ่งในผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมที่สุดของฤดูกาล

  สองจากประตูจากมาเน่ และ ลูกโหม่งของเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ พาลิเวอร์พูล บุกชนะ 3-1 พร้อมตีตั๋วผ่านเข้ารอบก่อนรองฯ

  ประเด็นที่ว่า ฟาบินโญ่ ยังอยู่ในช่วงปรับตัวเข้ากับทีมของคล็อปป์ นั้น เหมือนจะค่อยๆจางหายไป

  ถามว่าฟอร์มของฟาบินโญ่ สมควรเป็นตัวจริงแล้วหรือยัง? คำตอบคือ “ใช่”

  ด้วยความที่ลิเวอร์พูล ต้องขับเคี่ยวกับแมนฯซิตี้ ถึงขนาดว่าจะผิดพลาดไม่ได้เลย จึงทำให้แต่ละเกม มีการเดิมพันสูงสุดๆ

  สิ่งที่เกิดคือ ฟาบินโญ่ ไม่ได้เป็นตัวจริงในเกมเปิดบ้านเจอสเปอร์ส ในวันสุดท้ายของเดือนมีนาคม ทั้งที่ดูแล้วนี่ถือเป็นเกมที่หนักที่สุดของ ลิเวอร์พูล จากโปรแกรมในลีก 7 นัดที่เหลือ

  หลังจากฟีร์มีโน่ โหม่งทำประตูขึ้นนำให้ทีม ในครึ่งแรก สเปอร์ส ก็คุมเกมได้เกือบทั้งหมดในครึ่งหลังและทำประตูตีเสมอได้จากลูคัส มูร่า

  เหลืออีก 13 นาทีจะจบเกม คล็อปป์ ตัดสินใจเปลี่ยนฟาบินโญ่ ลงสนาม แล้วลิเวอร์พูล ก็กลับมาคุมเกมได้อีกครั้ง จนกระทั่งได้ประตูชัยจากความผิดพลาดของ อูโก้ โยริส กับ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ที่ช่วยให้ลูกโหม่งของ โม ซาลาห์ มันข้ามเส้นเข้าไปได้ในช่วงท้ายเกม

  และนี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่หลายคนเข้าใจถึงความสำคัญของเขา ที่มีต่อทีมก็ว่าได้

  เดือนพฤษภาคม ฟาบินโญ่ลงเล่นเป็นตัวจริง 10 เกมในช่วง 11 นัดสุดท้ายของซีซั่น พาลิเวอร์พูล จบฤดูกาลด้วยแต้มประวัติศาสตร์ 97 คะแนน แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการคว้าแชมป์ลีก

  อย่างไรก็ดี การได้เข้าไปแก้ตัวรอบชิงฯ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีสุดๆ

  แต่ก่อนจะถึงเกมนัดชิงฯ นัดที่ตราตรึงในหัวใจคนทั่วโลกคือ เกมรองรองชนะเลิศ เลกสองกับบาร์เซโลน่า

  มันเป็นการยืนยันถึงสปิริตอันแรงกล้าเริ่มจากเสื้อ “Never Give Up” ตามด้วยประตูของดิว็อค โอริกี้ ช่วงต้นเกม

ช้าๆได้พร้าเล่มงาม

  ฟาบินโญ่ โดนใบเหลืองตั้งแต่นาทีที่ 11 เมื่อไปเข้าใส่ หลุยส์ ซัวเรซ อีก 80 นาทีที่เหลือ เขาสุ่มเสี่ยงต่อการโดนไล่ออก แทนที่เขาจะเจอความยากลำบากในการเล่น ฟาบินโญ่แสดงให้เห็นถึงวินัยที่ดีเยี่ยม เขาเล่นในช่วงเวลาที่เหลือโดยไม่ถูกใบเหลืองเพิ่ม แถมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บยังเข้าสกัดจังหวะสำคัญในกรอบเขตโทษตัวเอง ในตอนที่เคราร์ด ปีเก้ กำลังจะดับปาฏิหาริย์ที่แอนฟิลด์

  หนึ่งปีผ่านไปหลังคำถามเกมกับเลสเตอร์ คือสิ่งที่รองรับคำตอบจากเจอร์เก้น คล็อปป์ ได้เป็นอย่างดี

ช้าๆได้พร้าเล่มงาม

  ฟาบินโญ่ แสดงศักยภาพให้ทุกคนได้เห็น

  เขาอาจไม่ใช่ตัวที่ทีมขาดไม่ได้ เขาอาจไม่ใช่คนบัญชาเกมให้ทีมเดินไปข้างหน้า แต่เขาคือคนสำคัญของลิเวอร์พูล

  คนที่สร้างสมดุลระหว่างเกมรับและเกมรุกให้เนียนตา เติมเต็มในสิ่งที่ทีมขาดมานานและบุกเบิกมิติใหม่บนแดนกลางที่เดอะ ค็อป ทุกคนไม่เคยเห็น

  ความคมบนใบมีด ยังต้องใช้เวลาในการลับ พร้าทุกเล่ม กว่าจะได้ชิ้นงามๆ ต้องอาศัยเวลา

  ชีวิตคนเรามันก็แบบนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเจ๋ง จะเก่ง พร้อมใช้งานทันที เวลาคือสิ่งที่พิสูจน์ตัวตน

ช้าๆได้พร้าเล่มงาม

  และฟาบินโญ่ ก็เช่นกัน…

ที่มา : https://www.facebook.com/hossalonso140